หนังโรแมนติก

now browsing by category

 

หนังแสนเศร้า Extremely Loud & Incredibly Close

Extremely Loud & Incredibly Close

 

Extremely Loud & Incredibly Close (Stephen Daldry,2011) – 8.5/10

หนังที่นำเสนอภาพชีวิตบุคคลหลังเหตุการณ์ 9/11 ผ่านการจำลองให้คนเหมือนอยู่ในสภาวะเด็ก ตัวละครเด็กอย่างตัวละครเอกเป็นเหมือนภาพแทนสติของคนอเมริกันหลังเหตุโศก เศร้าครั้งใหญ่ โดยจำลองให้เห็นถึงการแสดง หาคำตอบ การจมอยู่กับความเสียใจ และการไม่ยอมก้าวต่อไปข้างหน้า และให้คนดูติดตามการเดินทางตามหาความจริงของเด็กชายคนนี้ไปพร้อมๆกัน

หนังวางโครงสร้างต้นเรื่องเอาไว้อย่างดีในการให้เราเห็นถึงลักษณะของพ่อลูก ว่ามีความสัมพันธ์ขนาดไหน และปูให้เห็นถึงนิสัยของตัวลูก ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นลักษณะเด่นของตัวละครเอกในการดำเนินเรื่องราวต่อไปทั้ง เรื่อง นอกจากนี้การออกตามหาความลับที่พ่อซ่อนไว้ก็นำไปสู่ภาพสะท้อนสังคมอเมริกัน โดยรวมถึงความแตกต่าง หลากหลายและชีวิตที่มีแผลเป็นไม่สมบูรณ์แบบทั้งหลาย กระทั่งเมื่อหนังจบลงเราก็จะได้เห็นว่าการตามหาสิ่งที่เราต้องการบางทีมัน อาจจะมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีปลายทางใดๆ และหลายๆสิ่งในโลกก็อาจจะไม่มีเหตุผล ไม่มีคำตอบตามที่แม่ของตัวเอกได้บอกเอาไว้ แต่สิ่งสำคัฐคือการเอาใจใส่และดูแลกันของคนที่ยังอยู่และการพยายามดำเนิน ชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้าโดยปล่อยให้อดีตได้ผ่านไป

ทางด้านการเล่าเรื่องหนังมีพื้นอยู่บนการแสดงที่มักจะปล่อยให้มีช่วงเวลา ระเบิดอารมณ์และความอัดอั้นของตัวละครเป็นระยะ ซึ่งพลังของนักแสดงก็นำพาให้ไดนามิคตรงนี้ทำงานได้อย่างดี นอกจากนี้จังหวะเงียบ หรือจังหวะห้วงความคิดก็ยังส่งผลอย่างรุนแรง ตามสาระที่ตัวหนังต้องการสื่อ นอกจากนั้นจังหวะความคิดยังใช้ภาพจางซ้อนช่วยขับเน้นให้เห็นถึงความรู้สึก ที่ซ้อนทับอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างชัดเจน การเลือกใช้ภาพตึกให้ดูมีความเป็น miniature ก็เป็นเสมือนการเล่าเรื่องให้เหมือนเป็นภาพิ่งของเล็กๆเพื่อไปเชื่อมโยงกับ การทำแผนที่ของตัวเอก ให้เหมือนว่าเป็นการเดินทางที่ผ่านการวางแผนผังออกมา

โดยรวมหนังสะท้อนความรู้สึกของคนช่วงหลัง 9/11 ได้ชัดและคมดี โดยไม่พยายามพูดถึงประเด็นอะไรที่ใหญ่เกินตัวกว่าชีวิตคนปกติทั่วไป แต่พูดถึงสิ่งซิมเปิ้ลๆ ง่ายๆ เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของชีวิตในแต่ละวัน ที่ต้องเอาตัวรอดผ่านความสับสนหลังจากการสูยเสียครั้งใหญ่ไปให้ได้

The Wind That Shakes the Barley

The Wind That Shakes the Barley (Ken Loach,2006) – 7/10

หนังที่ได้รางวัลปาล์มทองคำไปจากคานส์เมื่อปี 2006 นำเสนอเรื่องราวที่ค่อนข้างจะไม่ได้พบเห็นในดลกภาพยนตร์บ่อยนักนั้นคือช่วง สงครามกลางเมืองในไอร์แลนด์ ด้วยความขัดแย้งที่ซับซ้อนปมปัญหาภายในที่ยุ่งเหยิง จึงไม่แปลกที่หนังจะไปกระแทกใจใครหลายคนได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่พบจากหนังเรื่องนี้ก็คือการนำเสนอที่ค่อนข้างดำเนินไปอย่างรวด เร็ว จังหวะของการเกิดเหตุการณ์สำคัญๆนั้นไม่ค่อยเผยรายละเอียดให้คนดูได้ติดตาม ทันเท่าไหร่นัก

หนังยังมาด้วยปมง่ายๆ ที่ว่าสองพี่น้องสู้มาด้วยกัน สุดท้ายอุดมการณ์แตกแยกกันต้องมาสู้กันเอง โดยผูกเรื่องเข้ากับปมปัญหาในไอร์แลนด์ในตอนนั้น ซึ่งก็สามารถนำเสนอออกมาให้เห็นภาพปัญหาและความขัดแย้ง ทัศนคติได้อย่างชัดเจน แต่การดำเนินเรื่องก็เฉยๆไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นน่าติดตามอะไร ไม่ได้รู้สึกน่าสนใจอะไรขนาดนั้น นอกจากนี้ยังเล่าเรื่องด้วยภาพกว้างผ่านตัวละครที่หลากหลายจนบางทีก็จำแนก ไม่ทันว่าใครเป็นใครสำคัญอย่างไร

หนังมีข้อดีที่พูดถึงมุมมองในส่วนลึกของการต่อสู้ ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะขายแต่ความอึกทึกคึกโครม หรือฉากตระการตาแต่อย่างใด ในบางครั้งฉากที่ตัวละครถูกยิงยังดูไม่สมจริงเลยด้วยซ้ำ แต่ก็สามารถนำเสนอให้เห็นทัศนคติของการต่อสู้ออกมาได้อย่างดี และไม่บ่อยครั้งที่เราจะถูกเล่าเรื่องให้เห็นผ่านในมุมมองของฝ่ายต่อต้าน รัฐบาลแบบกองโจรเรื่องนี้จึงจัดว่าให้การติดตามเรื่องราว และกลิ่นบรรยากาศที่แปลกใหม่อยู่พอสมควร

การจะติดตามหนังเรื่องนี้จำต้องรู้ข้อมูลเหตุการณ์ช่วงดังกล่าวซะก่อนจึงจะ สามารถติดตามเรื่องได้ทันไม่ตกหล่น แต่ถึงอย่างไรก็ดีการผูกเรื่องแบบหนังเรื่องนี้ก็ถูกทำมาจนบ่อยแล้ว ถึงแม้จะมีประเด็นที่ละเอียดอ่อนและนำเสนอภาพเหตุการณ์ออกมาได้ชัดเจน แต่ความน่าสนใจและความรู้สึกอิ่มเอมที่ได้จากหนังก็ลดลงไปบ้าง